พึ่งตน พึ่งธรรมะ

777899996696

อัน คนเราเกิดมาในโลกนี้ไม่มีใครเลยที่จะไม่ได้รับความทุกข์ มีพุทธภาษิตในสคาถวรรค สังยุตตนิกายข้อหนึ่งว่า สัตว์โลกตั้งอยู่ในกองทุกข์ แท้จริงแล้วแม้ความเกิดนั่นเองก็จัดว่าเป็นทุกข์อย่างหนึ่งอยู่แล้ว ความทุกข์ไม่เป็นสิ่งที่เจริญใจ จึงไม่มีใครปรารถนา แต่ถึงไม่ปรารถนาก็จำต้องได้รับ ไม่มีทางจะหลีกหนีได้ ทุกข์จึงจัดเป็นภัย คือ น่ากลัว หากจะประมวลความกลัวของสัตว์โลกอันมีประการต่างๆ ทั้งหมด กล่าวโดยย่อก็คือกลัวทุกข์นี่เอง

ทุกข์เป็นภัยใหญ่ของโลก เพราะเช่นนี้คนเกิดมาในโลกจึงเหมือนตกอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร คนตกอยู่ในมหาสมุทรถ้าไม่ได้เครื่องชูชีพ หรือไม่ได้พบเกาะเป็นที่พึ่งพำนักอาศัย ก็อาจกล่าวได้ว่าผู้นั้นต้องตายอย่างแน่นอน คนเกิดมาในโลกนี้ก็ฉันนั้น ถ้าไม่มีที่พึ่งพำนักอาศัย ก็พึงกล่าวได้ว่าผู้นั้นต้องทุกข์ถึงตาย หรือทุกข์อย่างสาหัส

ในเบื้องต้นคนเราเกิดมาจำต้องพึ่งพาอาศัยมารดา บิดา ต่อมาก็พึ่งครูอาจารย์ในศิลปวิทยา พึ่งมิตรสหาย เป็นต้น แต่การพึ่งที่กล่าวมานี้จัดเป็นที่พึ่งภายนอก เป็นที่พึ่งได้ชั่วคราว และได้บางอย่าง ทั้งไม่แน่นอน ไม่มีมารดาบิดาคนไหนจะป้องกันบุตรธิดาไว้ไม่ให้แก่เจ็บหรือตาย ไม่ให้ได้รับผลร้ายแห่งความประพฤติชั่ว ไม่มีมารดาบิดาคนไหนจะปั้นบุตรธิดาให้เป็นคนดีได้ ถ้าเขาไม่ประพฤติด้วยตัวเขาเอง แม้แต่ครูอาจารย์ก็เช่นเดียวกัน ที่พึ่งที่แท้จริงนั้นพระพุทธองค์ทรงประสงค์เอาที่พึ่งภายใน อันเป็นที่พึ่งแน่นอน นั้นก็คือการพึ่งตน แท้จริงตนจัดว่าเป็นที่พึ่งภายใน เพราะอาจเป็นที่พึ่งได้แน่นอนเสมอไปทุกสมัยทุกประการ การพึ่งตนนั้นมิได้ประสงค์ว่าพึ่งสรีระร่างกาย เพราะสรีระร่างกายเป็นแต่เครื่องอาศัยชั่วคราว ไม่เป็นแก่นสารยั่งยืน อนึ่งอาจกล่าวแล้วว่า หัวใจแห่งการพึ่งอยู่ที่คุณความดี

ธรรมะเป็น สิ่งสำคัญก็จริง แต่ธรรมะที่อยู่ตามลำพังธรรมะย่อมไม่สำเร็จเป็นที่พึ่งอันใดได้ ต่อเมื่อบุคคลบำเพ็ญธรรมะนั้นให้มีขึ้นในตน จึงสำเร็จเป็นที่พึ่งได้ คงต้องอาศัยตนเป็นที่พึ่งอยู่นั่นเอง เปรียบเสมือนร่ม ที่อยู่ตามลำพัง หาสำเร็จประโยชน์ตามหน้าที่ไม่ ต่อเมื่อบุคคลนำมากางขึ้นจึงสำเร็จประโยชน์ในอันที่จะบังแดดและฝนได้ฉันนั้น เพราะเหตุนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสทั้งพึ่งตนและพึ่งธรรมะ

เพราะ ฉะนั้นควรที่ท่านสาธุชนทั้งหลายจะทำตนให้เป็นเกาะสรณะของตนด้วยธรรม จะได้เป็นผู้ชื่อว่ามีตนเป็นหลักฐาน มีกำลังพอต้านทานคลื่นคืออภิชชาโทมนัส ให้รอดพ้นจากวัฏฏมูลกทุกข์ในสังสารภัย บรรลุเกาะหรือฟากฝั่งอันเกษมสวัสดี หากอุปนิสัยอินทรีย์สามารถ ยังไม่อาจบรรลุธรรมที่สิ้นทุกข์ในปัจจุบัน ก็ยังได้สรณะนั้นเป็นเครื่องอุ่นใจในสังสารวัฏฏ์โอฆกันดาร จะเป็นผู้ถึงสถานอันไม่ต่ำทรามในปรปราภพ มีแต่จะได้ประสบความเจริญงอกงามไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นไป

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด

โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร