แนวทางดำเนินชีวิต

889000000
บุคคลเกิดมาได้ดำเนินชีวิตเป็นไปอยู่ในโลกด้วยปัญญาที่มีติดตัวตั้งแต่เกิด ด้วยการสำเหนียกศึกษากำหนดจดจำจากบิดามารดาครูอาจารย์ ได้พินิจพิจารณาไตร่ตรองแล้วมารู้จักเหตุ คือมารู้จักว่า สิ่งนี้เป็นเหตุแห่งสุข สิ่งนี้เป็นเหตุแห่งทุกข์ แล้วงดเว้นไม่ประกอบสิ่งที่เป็นเหตุแห่งทุกข์เสีย ขวนขวายประกอบแต่สิ่งที่เป็นเหตุแห่งสุขอย่างสม่ำเสมอ

บุคคลผู้ที่เป็นบัณฑิตคือผู้ฉลาด ใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญไตร่ตรองด้วยอุบายที่แยบคายแล้ว มองเห็นเหตุที่เป็นข้อเปรียบเทียบพอเป็นแนวทางแห่งการดำเนินชีวิต 3 ประการ คือ

ประการที่ 1 มองเห็นความหมดสิ้นไปแห่งยาสำหรับหยอดตา ธรรมดายาหยอดตาสำหรับใช้หยอดบำบัดโรคตา ที่บรรจุในหลอด ถ้านำมาหยอดทีละหยดๆ นานไปน้ำยานั้นก็หมดไปจากหลอดที่บรรจุ เพราะไม่มีน้ำยาใหม่มาเพิ่มเติมฉันใด ทรัพย์สินเงินทองเครื่องอุปโภคบริโภคที่มีอยู่ หากบริโภคใช้สอยไปอย่างฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่ายแต่อย่างเดียว ไม่แสวงหามาเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอแล้ว ก็ย่อมถึงความหมดสิ้นไปได้ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อจะใช้จ่ายทรัพย์สินสิ่งของเงินทองท่านก็ให้นึกถึงยาสำหรับหยอดเป็นเครื่องเตือนใจ

ประการที่ 2 มองเห็นการก่อขึ้นแห่งปลวกทั้งหลาย ปลวกนั้นเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ อาศัยความรักความสมัครสมานสามัคคีพร้อมเพรียงกัน ร่วมใจกันคาบเอาดินตัวละเล็กตัวละน้อยมาทำที่อยู่อาศัยให้ใหญ่โตมั่นคงแข็งแรงได้ ข้อนี้ฉันใดบุคคลที่เกิดมาในโลกนี้ทุกคนจะอยู่โดดเดี่ยวเดียวดายไม่ได้ จะต้องอยู่รวมกันเป็นหมู่เป็นกลุ่ม ฐานเบื้องต้นคือครอบครัว แต่ละครอบครัวก็ขยายออกไปเป็นหมู่บ้าน หลายหมู่บ้านก็รวมเข้าเป็นตำบล หลายตำบลก็รวมเข้าเป็นอำเภอ หลายอำเภอก็รวมเข้าเป็นจังหวัด หลายจังหวัดก็รวมเข้าเป็นประเทศ แต่ละกลุ่มก็ต้องมีหัวหน้าปกครองดูแล ถ้าแต่ละคนในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด หรือประเทศชาติ มีความรักสมัครสมานสามัคคีพร้อมเพรียงกัน ต่างมุ่งหน้าประกอบกิจทำงานตามหน้าที่ที่ตนมีที่ตนเป็น ดำรงชีวิตเป็นไปอย่างเรียบง่ายพอเหมาะพอควร ไม่ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย เมื่อพื้นฐานของชีวิตมีความมั่นคงก็เป็นเหตุอุดหนุนให้หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด รวมถึงประเทศชาติ มีความมั่นคงไปด้วย ฉันนั้นเหมือนกัน

ประการที่ 3 มองเห็นการประมวลมาแห่งผึ้งทั้งหลาย ผึ้งเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ อยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ มีความสมัครสมานสามัคคีพร้อมเพรียงกัน ผึ้งแม้จะเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ ก็จริง แต่ก็มีความสามารถในการ ทำรัง ทำน้ำหวาน เมื่อมีอันตรายก็พร้อมใจกันต่อสู้ป้องกัน เพราะความสมัครสมานสามัคคีนั่นเอง ผึ้งจึงสามารถทำรังและน้ำหวาน ใหญ่โตได้ ข้อนี้ฉันใด บุคคลที่ได้อัตภาพเกิดมาเป็นมนุษย์มีจิตใจสูง ดำรงคงอยู่ในปฐมวัยก็ดี มัชฌิมวัยก็ดี ปัจฉิมวัยก็ดี มีรูปร่างผิวพรรณอ้วนผอมสูงต่ำดำขาวก็ตาม

ถ้าแต่ละคนมุ่งหน้าประกอบกิจการงานตามหน้าที่ของตน ตามกำลังความสามารถด้วยความพอใจรักการรักงาน มีความเพียรพยายามบากบั่นอย่างอาจหาญไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ มีจิตสนใจเอาใจจดจ่อต่องานที่ทำ ไม่ทอดทิ้งงาน และหมั่นตริตรอง พิจารณาหาเหตุผลในสิ่งที่ทำนั้น สามารถทำสิ่งเล็กให้ใหญ่ ทำสิ่งที่ใหญ่ให้เล็ก ทำสิ่งที่ยากให้ง่าย ทำสิ่งที่ง่ายให้เรียบร้อยยิ่งขึ้น ข้อนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นเมื่อบุคคลผู้ฉลาด รู้เหตุ รู้ผล รู้จักตน รู้จักความพอดีพอประมาณ รู้จักกาลเวลา รู้จักเลือกคบคนดีเป็นเพื่อนร่วมคิดเป็นมิตรร่วมใจ มองเห็นข้อเปรียบเทียบแล้วนำมาเป็นแนวทางดำเนินชีวิต เลี้ยงชีพแต่พอเหมาะพอสมกับรายได้ รู้จักประหยัด ชีวิตในการอยู่ครองเรือนก็จะมีความสุขโดยแท้

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด

โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชร วรวิหาร

พึ่งตน พึ่งธรรมะ

777899996696

อัน คนเราเกิดมาในโลกนี้ไม่มีใครเลยที่จะไม่ได้รับความทุกข์ มีพุทธภาษิตในสคาถวรรค สังยุตตนิกายข้อหนึ่งว่า สัตว์โลกตั้งอยู่ในกองทุกข์ แท้จริงแล้วแม้ความเกิดนั่นเองก็จัดว่าเป็นทุกข์อย่างหนึ่งอยู่แล้ว ความทุกข์ไม่เป็นสิ่งที่เจริญใจ จึงไม่มีใครปรารถนา แต่ถึงไม่ปรารถนาก็จำต้องได้รับ ไม่มีทางจะหลีกหนีได้ ทุกข์จึงจัดเป็นภัย คือ น่ากลัว หากจะประมวลความกลัวของสัตว์โลกอันมีประการต่างๆ ทั้งหมด กล่าวโดยย่อก็คือกลัวทุกข์นี่เอง

ทุกข์เป็นภัยใหญ่ของโลก เพราะเช่นนี้คนเกิดมาในโลกจึงเหมือนตกอยู่ในท่ามกลางมหาสมุทร คนตกอยู่ในมหาสมุทรถ้าไม่ได้เครื่องชูชีพ หรือไม่ได้พบเกาะเป็นที่พึ่งพำนักอาศัย ก็อาจกล่าวได้ว่าผู้นั้นต้องตายอย่างแน่นอน คนเกิดมาในโลกนี้ก็ฉันนั้น ถ้าไม่มีที่พึ่งพำนักอาศัย ก็พึงกล่าวได้ว่าผู้นั้นต้องทุกข์ถึงตาย หรือทุกข์อย่างสาหัส

ในเบื้องต้นคนเราเกิดมาจำต้องพึ่งพาอาศัยมารดา บิดา ต่อมาก็พึ่งครูอาจารย์ในศิลปวิทยา พึ่งมิตรสหาย เป็นต้น แต่การพึ่งที่กล่าวมานี้จัดเป็นที่พึ่งภายนอก เป็นที่พึ่งได้ชั่วคราว และได้บางอย่าง ทั้งไม่แน่นอน ไม่มีมารดาบิดาคนไหนจะป้องกันบุตรธิดาไว้ไม่ให้แก่เจ็บหรือตาย ไม่ให้ได้รับผลร้ายแห่งความประพฤติชั่ว ไม่มีมารดาบิดาคนไหนจะปั้นบุตรธิดาให้เป็นคนดีได้ ถ้าเขาไม่ประพฤติด้วยตัวเขาเอง แม้แต่ครูอาจารย์ก็เช่นเดียวกัน ที่พึ่งที่แท้จริงนั้นพระพุทธองค์ทรงประสงค์เอาที่พึ่งภายใน อันเป็นที่พึ่งแน่นอน นั้นก็คือการพึ่งตน แท้จริงตนจัดว่าเป็นที่พึ่งภายใน เพราะอาจเป็นที่พึ่งได้แน่นอนเสมอไปทุกสมัยทุกประการ การพึ่งตนนั้นมิได้ประสงค์ว่าพึ่งสรีระร่างกาย เพราะสรีระร่างกายเป็นแต่เครื่องอาศัยชั่วคราว ไม่เป็นแก่นสารยั่งยืน อนึ่งอาจกล่าวแล้วว่า หัวใจแห่งการพึ่งอยู่ที่คุณความดี

ธรรมะเป็น สิ่งสำคัญก็จริง แต่ธรรมะที่อยู่ตามลำพังธรรมะย่อมไม่สำเร็จเป็นที่พึ่งอันใดได้ ต่อเมื่อบุคคลบำเพ็ญธรรมะนั้นให้มีขึ้นในตน จึงสำเร็จเป็นที่พึ่งได้ คงต้องอาศัยตนเป็นที่พึ่งอยู่นั่นเอง เปรียบเสมือนร่ม ที่อยู่ตามลำพัง หาสำเร็จประโยชน์ตามหน้าที่ไม่ ต่อเมื่อบุคคลนำมากางขึ้นจึงสำเร็จประโยชน์ในอันที่จะบังแดดและฝนได้ฉันนั้น เพราะเหตุนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสทั้งพึ่งตนและพึ่งธรรมะ

เพราะ ฉะนั้นควรที่ท่านสาธุชนทั้งหลายจะทำตนให้เป็นเกาะสรณะของตนด้วยธรรม จะได้เป็นผู้ชื่อว่ามีตนเป็นหลักฐาน มีกำลังพอต้านทานคลื่นคืออภิชชาโทมนัส ให้รอดพ้นจากวัฏฏมูลกทุกข์ในสังสารภัย บรรลุเกาะหรือฟากฝั่งอันเกษมสวัสดี หากอุปนิสัยอินทรีย์สามารถ ยังไม่อาจบรรลุธรรมที่สิ้นทุกข์ในปัจจุบัน ก็ยังได้สรณะนั้นเป็นเครื่องอุ่นใจในสังสารวัฏฏ์โอฆกันดาร จะเป็นผู้ถึงสถานอันไม่ต่ำทรามในปรปราภพ มีแต่จะได้ประสบความเจริญงอกงามไพบูลย์ยิ่งๆ ขึ้นไป

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด

โดย พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ. ๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร

ความยึดมั่นถือมั่น

1958447484484150

ความยึดมั่นถือมั่น

“อย่า เข้าใจผิดว่าเมื่อไม่ยึดมั่นถือมั่นแล้วจะไม่ทำอะไร ไม่ทำประโยชน์อะไร เพราะมันไม่ทำด้วยความยึดมั่นถือมั่น แต่มันทำด้วยสติปัญญา”

คอลัมน์ คำพระ

พุทธทาส